วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554
๒๑ เมษา ๕๔ กรรมที่ไร้ความหมาย
ดูเหมือนว่า การหาวินัยในการเขียน กับ ภาวะการเห่อของใหม่
จะประสมกลมกลืนเข้ากันได้ยากยิ่ง
นอกจากจะต้องมองในภาวะของเงือ่นไขทางสัมมาอาชีพ
ที่ไม่เคย"สัมมา" ในความเป็นจริงในจิตใจแล้ว
เงื่อนไขในสภาพการณ์ที่ปลุกเร้าในจิตใจ ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
ทำไม ผู้เขียน ต้องยึดเช่นนั้นนะเหรอ
ตามที่เข้าใจ ในหลักธรรมเองก็กล่าวถึงเงือ่่นไขในสภาพจริง
อันเกิดจากหลักการของ "อุตุนิยาม" ที่เป็นกรอบการจำกัด
ในสภาพการณ์ของการปฏิบัติที่ติดเงื่อนไข
บางคนอยากออกไปเที่ยว ก็ติดในสภาวะอุตุนิยาม
ด้วยเหตุแห่งฝนตก บางคนอยากได้งานชิ้นสำคัญ
แต่มาติดสภาพจิตนิยาม ทำให้ต้องพลาดการได้งานชิ้นนั้น
หรือในหลายๆสภาพ ที่ไม่อาจหาคำตอบอย่างตายตัว
ก็เพ้อโทษใน "กรรมนิยาม" บางก็มี
"กรรม" อาจจะยังมีความหมาย ในฐานะชุดอธิบายชีวิตอย่างหนึ่ง
แต่ทว่า "กรรม" ก็ถูกลดเงือ่นไขในฐานะชุดอธิบายไปพอสมควร
เมื่อระบบสังคมมนุษย์ ถูกปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
ภายใต้ระบบสังคมเมืองมากขึ้น
ไม่ใช่กรรมจะไมมีความหมายกับคนในสังคมเมืองอีกต่อไป
แต่ผู้คน ดูจะให้ความใส่ใจในฐานะที่กรรม เป็นฐานของการอธิบายในทุกๆอย่าง
เพราะต้องทุกคนมัวมาติดในเงือ่นไขของกรรมเสียแล้ว
การยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ ที่มีปัจจัยของฐานะรายได้
ก็คงหมดความหมายไป อันนี้ไม่ได้รวมถึงการที่ชนชั้นนำ
หยิบคำอธิบายนี้ เพื่อกดสภาพการครอบงำมิให้เกิดการยกระดับ
ของคนในฐานะที่ต่ำกว่า ให้มามีสิทธิสภาพเทียบเคียงกันทางชนชั้นนะครับ
แต่กรรม มันถูกลดพลังไปพอๆกับ ความใส่ใจทางศาสนาของคนยุคปัจจุบัน
ที่ความเป็น "นิติรัฐ" และ "กลไลทางเศรษฐกิจ"
ดูจะมีผลกระทบทางจิตใจได้มากกว่า ส่วนหนึ่งเพราะระบบการศึกษา
ได้หล่อหล่อมวิธีคิดนี้ เป็นพื้นฐานตั้งต้นของเยาวชนอย่างเป็นระบบ
ส่วนหนึ่ง กรรมในฐานะวิทยาศาสตร์ ก็ยังเป็นเรือ่งเชิงนามธรรม
ที่จับต้องแบบผลเชิงกระทบ ไม่เช่นนั้น
คงไม่มีหลายคนที่โอดครวญให้เราได้ยินว่า่
คนดีๆไม่น่ามาด่วนตาย หรือสส.เลวๆ กับเสวยอำนาจในความชอบธรรมเรือ่ยไป
และซ้ำเติมความคิดนี้ยิ่งขึ้น ด้วยการส่งลูก เมีย ลงมาเสวยเสพย์สุขในอำนาจนี้อีก
"กรรม" จึงเป็นเครื่องมือที่ไร้สภาพ แม้คำอธิบายที่จะส่งเสริมความเชื่อนี้
ก็อธิบายเสียเหนือภพ เหนือกาล เหนือสภาพ
ไม่เว้นแม้แต่ ทำให้วิถีชีวิตปกติที่ใช้ชีวิตอยู่ๆของเรา
กลายเป็นเรือ่งสมมติ มายาภาพ และไร้ความไม่มีตัวตน อนันตา
ถ้าจะให้กรรมมีสภาพสอดรับได้ในปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในความคิด
ก็คงหนึไม่พ้น "เครือ่งมือตกโทษ" ที่ไม่เคยโทษการกระทำของตน
มากไปกว่า ก็โทษกรรมเก่าที่ติดตามนี้่กระมัง
ป้ายกำกับ:
๒๑ เมษา ๕๔,
กรรมที่ไร้ความหมาย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น